ในยุคที่หนังแฟนตาซีกำลังมาแรง อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง (The Chronicles of Narnia: The Lion, the Witch and the Wardrobe) ถือเป็นอีกหนึ่งผลงานที่สร้างจากวรรณกรรมคลาสสิกของ ซี.เอส. ลูอิส ที่โด่งดังไม่แพ้แฮร์รี่ พอตเตอร์ หนังพาเราย้อนกลับไปในยุคสงครามโลกครั้งที่สอง สู่การผจญภัยของเด็กสี่คนที่ค้นพบโลกมหัศจรรย์หลังตู้เสื้อผ้า ซึ่งต้องเผชิญหน้ากับแม่มดขาวผู้ชั่วร้ายและราชสีห์อาสลันผู้ยิ่งใหญ่
เนื้อเรื่องย่อ (ไม่สปอยล์ตอนจบ)
ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง สี่พี่น้องปีเตอร์ ซูซาน เอดมันด์ และลูซี ถูกส่งไปอยู่บ้านหลังใหญ่ของศาสตราจารย์เคิร์ก ในวันฝนตก ลูซีผู้เป็นน้องเล็กที่สุดเข้าไปซ่อนตัวในตู้เสื้อผ้าเก่าแก่ และพบว่ามันเป็นทางเชื่อมสู่ดินแดนนาร์เนีย ที่ถูกคำสาปจากแม่มดขาวให้เป็นฤดูหนาวตลอดกาล เธอได้พบกับฟอนชื่อทัมนัส จากนั้นพี่น้องอีกสามคนก็ได้ตามมา และทุกคนต่างก็มีบทบาทในคำทำนายที่ว่า 'เมื่อบุตรของอาดัมและธิดาของเอวาสี่คนครองบัลลังก์แห่งแคร์พาราเวล ความชั่วร้ายจะสิ้นสุด' พวกเขาจึงต้องร่วมมือกับอาสลัน ราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ เพื่อโค่นล้มแม่มดขาวและนำฤดูใบไม้ผลิกลับคืนสู่นาร์เนีย
งานการแสดงและตัวละคร
นักแสดงเด็กทั้งสี่คนทำหน้าที่ได้อย่างน่าประทับใจ จอร์จี้ เฮนลีย์ ในบทลูซี นำพาความไร้เดียงสาและความกล้าหาญมาสู่จอ สคานดาร์ ไคนส์ ในบทเอดมันด์ ถ่ายทอดการเปลี่ยนแปลงจากเด็กเอาแต่ใจกลายเป็นผู้เสียสละได้อย่างน่าเชื่อถือ ขณะที่ วิลเลียม โมสลีย์ (ปีเตอร์) และ แอนนา พอปเปิลเวลล์ (ซูซาน) แสดงถึงความเป็นผู้นำและความรับผิดชอบได้ดี ทิลดา สวินตัน ในบทแม่มดขาวนั้นน่ากลัวและสง่างามสมบท ส่วนเสียงพากย์ของ เลียม นีสัน ในบทอาสลันก็อบอุ่นและมีอำนาจ ทำให้ตัวละครนี้มีชีวิตชีวา
งานกำกับ ภาพ และดนตรี
แอนดรูว์ อดัมสัน ผู้กำกับ เล่าเรื่องได้ชัดเจนและรักษาจิตวิญญาณของหนังสือต้นฉบับไว้ได้ดี งานภาพโดยโดนัลด์ แม็คอัลไพน์ สวยงามตระการตา โดยเฉพาะฉากในนาร์เนียที่เต็มไปด้วยหิมะและป่ามหัศจรรย์ งานสร้างและเทคนิคพิเศษก็ยังดูดีแม้เวลาจะผ่านไปเกือบ 20 ปี ดนตรีประกอบของแฮร์รี่ เกร็กสัน-วิลเลียมส์ ยกระดับอารมณ์ของเรื่องได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะธีมของอาสลันที่ทรงพลัง
บทวิเคราะห์จากกองบรรณาธิการ
สิ่งที่ทำให้หนังเรื่องนี้ยังคงมีความหมายคือการนำเสนอประเด็นเรื่องการให้อภัย การเสียสละ และความกล้าหาญผ่านตัวละครเด็กที่เติบโตขึ้นจากการผจญภัย การเดินทางของเอดมันด์จากคนทรยศสู่คนดีได้สะท้อนให้เห็นถึงพลังแห่งการให้อภัย และการตายของอาสลันก็เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งการไถ่บาป หนังใช้สัญลักษณ์ทางศาสนาคริสต์อย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ยัดเยียดจนเกินไป ทำให้คนดูทุกวัยสามารถตีความได้ตามความเชื่อของตนเอง นี่คือหนังที่เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการดูเรื่องราวของความหวังและการต่อสู้ระหว่างความดีกับความชั่ว
สรุป
<p>อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง ยังคงเป็นหนังแฟนตาซีที่ดูสนุกและซาบซึ้งใจ แม้จะมีจุดอ่อนบ้างเล็กน้อย แต่โดยรวมแล้วเป็นผลงานที่สมควรได้รับการยกย่อง เหมาะสำหรับครอบครัวที่ต้องการดูหนังที่มีทั้งความบันเทิงและข้อคิด</p>
ภาพจากหนัง
👍 จุดเด่น
- +การแสดงของนักแสดงเด็กทำได้ดี โดยเฉพาะจอร์จี้ เฮนลีย์และสคานดาร์ ไคนส์
- +งานสร้างและเทคนิคพิเศษสวยงามสมจริง แม้เวลาผ่านไปนาน
- +ดนตรีประกอบไพเราะและเข้ากับอารมณ์ของเรื่อง
- +เนื้อเรื่องเข้มข้น มีแง่คิดเรื่องการให้อภัยและความเสียสละ
👎 จุดด้อย
- −จังหวะการดำเนินเรื่องในครึ่งแรกค่อนข้างช้า
- −ตัวละครบางตัว เช่น บีเวอร์ ยังขาดมิติและดูเป็น卡通เกินไป
นักแสดงนำ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ชื่อไทยว่า อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ราชสีห์ แม่มด กับตู้พิศวง
เหมาะกับเด็กอายุ 8 ปีขึ้นไป เพราะมีฉากต่อสู้และเนื้อหาที่ซับซ้อนเกี่ยวกับการทรยศและการเสียสละ แต่เด็กเล็กอาจดูได้หากมีผู้ใหญ่คอยอธิบาย
ทำรายได้ทั่วโลกประมาณ 745 ล้านเหรียญสหรัฐ จากทุนสร้าง 180 ล้านเหรียญ